การหาวิธีรับมือปัญหาในช่วงหน้าฝนอย่างทันท่วงที

ช่วงนี้อากาศค่อนข้างแปรปรวน ไม่โปร่งโล่งสบาย เชื้อไวรัสจึงเติบโตได้ดี และมีอายุในการเจริญเติบโตได้นานกว่าช่วงอื่นๆ ทำให้โรคที่พบส่วนใหญ่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไซนัส ภูมิแพ้ผิวหนัง ภูมิแพ้อากาศ เป็นต้น เมื่อไม่สามารถควบคุมสภาวะอากาศให้บริสุทธิ์สดชื่นและสมดุลได้ เราจึงควรสร้างสมดุลให้กับตัวเองเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงให้ช่วยรับมือกับอากาศแปรปรวนในหน้าฝน แต่อากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยในช่วงหน้าฝน เพราะบางครั้งก็ร้อนอบอ้าว บางครั้งก็ร้อนชื้น ปริมาณความชื้นในอากาศที่เพิ่มขึ้น ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันและเกิดความไม่สมดุล จึงแสดงอาการต่างๆออกมา เช่น เจ็บคอ เป็นหวัด น้ำมูกไหลตลอดเวลา ผื่นแพ้ผิวหนัง ฯลฯ แต่ในทางกลับกันอุณหภูมิ และสภาพอากาศเช่นนี้เป็นที่ชื่นชอบเหมาะในการเจริญเติบโตและแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้เป็นอย่างดี คนที่มีปัญหาเรื่องภูมิแพ้อากาศจึงมีโอกาสเป็นได้บ่อยและมากกว่าปกติ

โรคภัยต่างๆจะคอยแทรกแซงเข้ามาโดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัวได้ ซึ่งโรคหวัดเป็นโรคที่พบเห็นเป็นประจำในช่วงหน้าฝนได้ง่ายที่สุด โดยเกิดจากเชื้อไวรัสที่มีอยู่ในอากาศ ดังนั้นเราจึงมีโอกาสได้รับเชื้อได้ตลอดเวลาและจะแสดงอาการถ้าเรารับเชื้อเข้าไปในขณะที่ร่างกายอ่อนแอ เมื่อรู้สึกว่าเป็นหวัดต้องรีบรักษาทันที ไม่เช่นนั้นไข้หวัดอาจลุกลามกลายเป็นโรคระบบทางเดินหายใจและปอดบวมได้ในที่สุดเมื่อเปียกฝนกลับมาควรอาบน้ำสระผมหาที่อุ่นๆอยู่และกินยาป้องกันไว้ สำหรับอาหารที่ควรรับประทาน ได้แก่ ขิง ข่า ตะไคร้ ใบกะเพรา กระชาย เพราะเป็นอาหารที่มีความเผ็ดร้อน เป็นการเพิ่มอุณหภูมิให้แก่ร่างกาย รับประทานให้ครบ 5 หมู่ เพิ่มผัก ผลไม้ที่จัดว่ามีวิตามินซีสูง เพราะเป็นวิตามินที่มีผลการวิจัยพบว่าช่วยเสริมภูมิต้านทานให้หายจากหวัดได้เร็วขึ้น เช่น ส้ม ฝรั่ง มะละกอ มะนาว กีวี พริกหยวก มะเขือเทศ หน่อไม้ฝรั่งและบรอกโคลี และไม่ควรทานอาหารที่มีความเย็น รสขม เพราะจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลงมากกว่าเดิม

การดูแลสุขภาพในช่วงหน้าฝน

1. รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ
2. พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ
3. รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ และดื่มน้ำสะอาด
4. ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง
5. หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือคลุกคลีกับผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่รู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอ
6. ออกกำลังกายเป็นประจำ
7. ระวังอย่าให้ถูกยุงกัด

Posted in สุขภาพ | Tagged | Comments Off

เตือนหน้าฝนระวังโรคฉี่หนูระบาด

เลปโตสไปโรซีสหรือโรคฉี่หนู เป็นโรคประจำถิ่นของไทย ปัจจุบันพบได้ทั้งในเขตเมืองและชนบท พบผู้ป่วยได้ตลอดปี แต่คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าโรคนี้พบได้เฉพาะในทุ่งนาหรือพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงหนูที่อาศัยอยู่ตามอาคารบ้านเรือนหรือสำนักงานต่างๆหรือที่เรียกว่าหนูบ้านก็เป็นพาหะนำโรคนี้มาสู่คนได้เช่นกัน โดยทั่วไปเชื้อโรคฉี่หนูจะเข้าสู่ร่างกายคนเราได้ 2 ทางคือทางปาก จากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อฉี่หนูเข้าไป และเชื้อไชเข้าทางแผล เยื่อบุในปากหรือตา หรือรอยผิวหนังถลอก รวมทั้งผิวหนังปกติที่แช่น้ำนานๆ เชื้อก็สามารถไชผ่านเข้าไปได้ หลังติดเชื้อประมาณ 10 วัน จะมีอาการป่วย ที่มีลักษณะเฉพาะต่างจากโรคอื่นๆ ได้แก่ มีไข้สูงทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดตามกล้ามเนื้อมากโดยเฉพาะที่น่อง โคนขาทั้ง 2 ข้าง หากมีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์ แจ้งประวัติการลุยน้ำ ย่ำโคลน หรือการพบเห็นหนูในบ้านหรือสำนักงานให้แพทย์ทราบเพื่อให้การรักษาได้อย่างถูกต้อง ขณะนี้โรงพยาบาลทุกแห่งมียารักษาให้หายขาดได้

การรักษาโรคฉี่หนู คือการให้ยาปฏิชีวนะเพื่อไปฆ่าเชื้อโรคในผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มอาการไม่รุนแรง จะให้ในรูปแบบยากินและรักษาแบบผู้ป่วยนอก ส่วนในผู้ป่วยกลุ่มอาการรุนแรงแพทย์มักให้นอนโรงพยาบาลและให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำนอกจากนี้จะให้การรักษาประคับประคองตามอาการไปร่วมกัน เช่น การเช็ดตัวเพื่อลดไข้ ให้ยาลดไข้ ให้ยาแก้ปวด ให้ยาแก้ไอ และแก้อาเจียนในผู้ป่วยกลุ่มอาการรุนแรง ต้องมีการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำหรืออาจต้องให้เลือด และเกล็ดเลือด หรือในกรณีที่มีไตวาย อาจต้องฟอกเลือด และถ้าเกิดภาวะหายใจล้มเหลว ก็ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ เป็นต้น

การป้องกันและการควบคุม

– การฉีดวัคซีนป้องกันโรคฉี่หนูให้กับสุนัข
– หลีกเลี่ยงไม่ให้สัตว์เลี้ยงไปเล่นน้ำท่วมขัง
– ควบคุมประชากรหนูซึ่งเป็นแหล่งแพร่เชื้อ
– กรณีที่มีสัตว์ป่วยเป็นโรคฉี่หนู ควรแยกเลี้ยงสัตว์ป่วยกับสัตว์ปกติ โดยที่เจ้าของสัตว์ไม่ควรสัมผัสกับตัวสัตว์ป่วย ปัสสาวะ อุจจาระ และสิ่งคัดหลั่งโดยตรง ควรใส่ถุงมือยาง และรองเท้าบู๊ต
– ควรทำความสะอาดบริเวณที่อยู่อาศัย กรง ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือความร้อน

กลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรค

– เกษตรกร ชาวไร่ชาวนา ชาวสวน
– คนงานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โค สุกร ปลา
– กรรมกรขุดท่อระบายน้ำ เหมืองแร่ โรงฆ่าสัตว์
– กลุ่มอื่นๆ เช่น แพทย์ เจ้าหน้าที่ห้องทดลอง ทหารตำรวจที่ปฏิบัติงานตามป่าเขา
– กลุ่มประชาชนทั่วไป มักเป็นเกิดในที่มีน้ำท่วม ผู้ที่บ้านมีหนูมาก ผู้ที่ปรุงอาหารหรือรับประทานอาหารที่ไม่สุก หรือปล่อยอาหารทิ้งไว้โดยไม่ปิดฝา

Posted in สุขภาพ | Tagged | Comments Off

“ฮ่องกงฟุต” หรือโรคน้ำกัดเท้า ที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าฝน

เมื่อถึงฤดูฝนกลับมาเยือนอีกครั้ง โปรดระวังรักษาสุขภาพของตนและคนในครอบครัวให้มากขึ้น โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก และมีผู้สูงอายุควรให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพเพราะเจ็บป่วยได้ง่าย เพราะในแต่ละฤดูกาลมักจะพบปัญหาของโรคผิวหนังที่แตกต่างกัน สำหรับในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกบ่อย และมีปัญหาน้ำเจิ่งนองตามท้องถนน รวมถึงปัญหาน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ด้วยปัญหาดังกล่าวก็ย่อมจะส่งผลต่อสุขภาพผิวหนังได้หลายกรณี ทั้งลักษณะของการเป็นผื่นภูมิแพ้ หรือผื่นแดงซึ่งเกิดจากความเปียกชื้นและรักษาความสะอาดไม่ถูกต้อง หากแต่ที่เด่นชัดและพบบ่อยที่สุดก็คือ อาการของโรคน้ำกัดเท้า

ถ้าฝนตกหนักต้องเดินย่ำน้ำสกปรกตามพื้นถนนไปทำงานหรือกลับบ้านติดต่อกันหลายวันในช่วงหน้าฝน นอกจากเท้าจะชื้นหรือเปื่อยแล้วยังอาจจะติดเชื้อโรคซึ่งปะปนอยู่ในน้ำสกปรกได้ ถ้าจำเป็นต้องย่ำน้ำหลังจากเข้าบ้านแล้วควรรีบล้างเท้าทำความสะอาด แล้วเช็ดให้แห้งโดยเฉพาะตามซอกนิ้วเท้า หากเท้ามีบาดแผลควรชะล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก็จะช่วยป้องกันโรคน้ำกัดเท้าได้ โรคน้ำกัดเท้าในระยะแรกนี้ยังไม่มีเชื้อรา เป็นเพียงอาการระคายเคืองจากความเปียกชื้นและสิ่งสกปรกในน้ำ ทำให้เท้าเปื่อย ลอก แดง คันและแสบ การรักษาในระยะนี้ควรใช้ยาทาสเตียรอยด์อ่อนๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อราซึ่งจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองและแสบมากขึ้น

โรคเชื้อราที่เท้าหรือน้ำกัดเท้า

เป็นโรคที่ก่อความรำคาญในหน้าฝนเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่พบในผู้ชายที่ต้องสวมรองเท้าทำงานทั้งวัน ทำให้เกิดความอับชื้น หรือต้องลุยเท้าไปตามสถานที่ที่มีน้ำท่วมขังและน้ำสกปรก ซึ่งผู้ที่เป็นโรคน้ำกัดเท้านั้นจะมีอาการผื่นขาวยุ่ยที่ง่ามเท้า ตุ่มน้ำพองที่ฝ่าเท้า หรือฝ่าเท้าแดงมากเป็นขุย อาจมีโรคกลากของเล็บเท้าร่วมด้วย การรักษาแพทย์มักให้ยาฆ่าเชื้อราชนิดรับประทานและทาร่วมด้วย ใช้เวลา 6-8 สัปดาห์ ดังนั้นเพื่อป้องกันการติดเชื้อควรหลีกเลี่ยงการส่วมใส่รองเท้าถุงเท้าร่วมกัน หรือใช้ห้องน้ำร่วมกัน

ดังนั้นการดูแลป้องกันโรคเชื้อราที่เท้าไม่ให้กลับเป็นซ้ำอีกจึงมีความสำคัญ การรักษาความสะอาดให้เท้าแห้งอยู่เสมอ โดยการล้างน้ำฟอกสบู่และเช็ดเท้าให้แห้ง โดยให้ความสนใจเป็นพิเศษที่บริเวณซอกนิ้วเท้า เมื่อเช็ดให้แห้งแล้วให้ทายารักษาโรคเชื้อรา แต่ถ้ามีอาการรุนแรงและเรื้อรัง ทายาไม่ได้ผลอาจต้องพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยารับประทานเองซึ่งอาจจะมีผลข้างเคียงต่อตับไต และควรรักษาอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรหยุดใช้ยาเองแม้ว่าจะดีขึ้น การหยุดยาเร็วเกินไปขณะที่เชื้อยังไม่หมด มีโอกาส
กลับเป็นซ้ำอีกได้ง่าย

Posted in สุขภาพ | Tagged | Comments Off

เคล็ดลับในการดูแลสุขภาพดีที่พิชิตหน้าฝน


ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่หลาย ๆ คนกังวลใจว่าอาจจะไม่สบาย ด้วยเป็นเพราะบรรยากาศที่ดูมืดครึ้มและความชื้นที่มีมาก จนทำให้รู้สึกว่าหน้าฝนนั้นอาจจะเป็นฤดูกาลของสารพัดโรคก็ไม่ผิดนัก ไม่เพียงแต่อาจจะทำให้เป็นไข้หวัด แต่น้ำฝนอาจจะนำมาซึ่งโรคอื่น ๆ ได้อีกด้วย จึงอยากแนะนำเคล็ดลับพิชิตโรคภัยในหน้าฝน และกลเม็ดที่จะทำให้คุณสุขภาพดีพิชิตหน้าฝนมาฝากกัน

เคล็ดลับสุขภาพดีพิชิตหน้าฝน
1. ทำความสะอาดทันทีเมื่อต้องเดินลุยน้ำ
แม้ว่าเราอยากจะหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนฝนแค่ไหน แต่บางครั้งมันก็ยากเกินกว่าจะหลบหลีกได้ เมื่อไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการเดินผ่านบริเวณที่มีน้ำขังได้ ให้ใช้รองเท้าบู๊ทเวลาเดิน หรือเมื่อเดินย่ำน้ำขังมาแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะทำความสะอาดเท้าหรือร่างกายส่วนอื่น ๆ ที่โดนน้ำด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน เพราะนั่นจะช่วยให้คุณรู้สึกอุ่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าจะห่างไกลจากโรคของฤดูฝน

2. แต่งกายดีรับหน้าฝน
การแต่งกายดีในที่นี้ไม่ได้หมายถึง แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์เนมราคาแพงแต่อย่างใด แต่ในหน้าฝนอย่างนี้ควรเลือกเครื่องแต่งกายที่ทำให้รู้สึกเบาสบาย ไม่หนาหรือคับเกินไป เพื่อลดความอับชื้นสะสม สำหรับคนที่ใส่ถุงเท้า ควรเลือกใช้ถุงเท้าแบบบางและไม่ใส่คับเกินไป แต่ถ้าหากเป็นไปได้ ควรใส่รองเท้าแตะเพื่อให้เท้าสามารถระบายอากาศได้ดี ป้องกันเท้ามีกลิ่นเหม็นส่งกลิ่นรบกวนตัวเองและคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น เสื้อหรือกางเกงก็เช่นเดียวกัน ไม่ควรใส่หนาเกินไป แต่ก็ไม่ควรใส่จนน้อยชิ้นจนเกินไป เพราะนั่นก็อาจจะทำให้เราไม่สบายได้

3. ปรับอุณหภูมิห้องในเหมาะสม   
เนื่องจากในช่วงฤดูฝนนี้ อากาศมีความชื้นและเย็นมากอยู่แล้ว เราจึงไม่ควรจะปรับแอร์ในบ้านให้เย็นจนเกินไป ไม่ให้ต่ำกว่า 26-27 องศาเซลเซียส ซึ่งอุณหภูมิระดับนี้จะทำให้เราไม่มีปัญหาในการเลือกเสื้อผ้าใส่ เพราะเราสามารถเลือกใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ บาง ๆ สบาย ๆ ได้ จะทำให้ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไปนั่นเอง อีกทั้งร่างกายของเรานั้นค่อนข้างอ่อนแอต่ออากาศเย็น ทำให้ภูมิต้านทานโรคลดลง

4. หลับสนิทรับหน้าฝน
ในฤดูฝนเช่นนี้หลายคนอดที่จะคิดถึงการนอนหลับสนิทสุขสบายบนเตียงไม่ได้ แต่ปัญหาของคนหลายคนที่อาจเป็นสิ่งที่สะสมมาเรื้อรัง คือ อาการนอนไม่หลับ แม้ว่าบรรยากาศจะเป็นใจแค่ไหนก็ตาม เราต้องไม่ลืมว่าการที่จะนอนหลับสบายนั้นอาจไมได้เป็นเพราะเสียงฝนเพียงอย่างเดียว แต่อาจจะประกอบด้วยปัจจัยอย่างอื่น เช่น ห้องนอนสะอาด ไม่อับชื้น อากาศถ่ายเทได้ดี เตียงนอนไม่แข็งหรือนุ่มเกินไป ชุดนอนต้องใส่สบาย ที่สำคัญ ควรงดเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะจะทำให้สารดังกล่าวตกค้างในร่างกาย และทำให้นอนไม่หลับนั่นเอง เท่านี้เราก็หลับสบายรับหน้าฝนได้ไม่ยากแล้ว

Posted in สุขภาพ | Tagged | Comments Off

เทคนิคการดูแลรักษาเสื้อผ้าให้ดีอยู่เสมอในช่วงหน้าฝน

ด้วยสภาพอากาศของประเทศไทยที่ค่อนข้างร้อนและอับชื้นเป็นปกติ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดกลิ่นอับชื้นอันไม่พึงประสงค์ในเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูฝนที่มีสภาพอากาศค่อนข้างอึมครึมและเปียกชื้น การเลือกใช้ไอเทมเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มให้ถูกกับสภาพอากาศจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม โดยควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากเส้นใยฝ้ายธรรมชาติ 100% ที่มีคุณสมบัติในแง่ของการระบายอากาศได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งควรศึกษาวิธีการดูแลรักษาไอเทมผ้าฝ้ายเพื่อให้ไอเทมตัวโปรดดูน่าใช้งานอยู่เสมอ

ความชื้นหน้าฝน มักทำให้เกิดปัญหากลิ่นอับในเสื้อผ้า

หลายๆคนมักเก็บสะสมเสื้อผ้าไว้ทีละมากๆแล้วค่อยซักทีเดียว ขอให้ปรับนิสัยมาซักทำความสะอาดเสื้อผ้าให้บ่อยขึ้น อาจรวมเก็บไว้ให้ได้ซัก 6 -7 ชิ้นแล้วก็ทำการซักกันทีนึง เพราะการเก็บสะสมเสื้อผ้าใส่แล้วรวมกันไว้นานๆจะทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ และควรเลือกใช้ผงซักฟอกที่มีส่วนช่วยในการลดกลิ่นอับด้วยก็จะช่วยได้อีก

ปัญหาการตากผ้าไม่แห้งและกลิ่นอับ

มักจะเป็นปัญหาสำคัญสำหรับคนที่อาศัยตามห้องพักเล็กๆ คอนโด ห้องเช่าต่างๆที่มีพื้นที่ไม่เพียงพอกับการตากผ้า หรือไม่มีโอกาสที่จะได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอ การหาเครื่องซักผ้าที่มีระบบอบผ้าในตัวจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีในการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เครื่องซักผ้าที่ดีควรมีเทคโนโลยีทำความสะอาดผ้า เช่น เทคโนโลยีทรูสตรีมที่ใช้พลังงานไอน้ำร้อนบริสุทธิ์ที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ช่วยขจัดเชื้อโรค ไรฝุ่น ขนสัตว์และสารก่อภูมิแพ้ได้อย่างหมดจดถึง 99.9% มอบสุขอนามัยที่ดีให้แก่ผู้ใช้

เทรนด์แฟชั่นในช่วงฤดูฝนแบบนี้คงหนีไม่พ้นไอเทมเสื้อผ้ายอดฮิตที่ผลิตจากเส้นใยฝ้ายธรรมชาติอย่างเสื้อเชิ้ตหรือเสื้อยืดเนื้อนิ่ม เพราะนอกจากจะสวมใส่สบายและไม่ระคายเคืองผิวแล้ว ยังระบายอากาศได้ดี ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศในช่วงนี้เป็นอย่างมาก สำหรับการดูแลรักษาเสื้อผ้าฝ้ายง่ายๆ คือการแยกผ้าสีและผ้าขาวออกจากกัน พร้อมทั้งกลับด้านในของตัวเสื้อออกมาด้านนอกเพื่อป้องกันการซีดจางของเนื้อผ้า ในส่วนของขั้นตอนการซัก ควรซักผ้าด้วยมือในระดับน้ำอุณหภูมิปกติเพื่อป้องกันการหดตัวของเนื้อผ้า แต่หากจำเป็นต้องซักผ้าด้วยเครื่องให้ใช้น้ำอุ่นผสมกับผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าที่มีคุณสมบัติในการช่วยถนอมเส้นใยผ้าและสีสันของเนื้อผ้าให้อยู่คงทนมากยิ่งขึ้น

Posted in สุขภาพ | Tagged | Comments Off