“ฮ่องกงฟุต” หรือโรคน้ำกัดเท้า ที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าฝน

เมื่อถึงฤดูฝนกลับมาเยือนอีกครั้ง โปรดระวังรักษาสุขภาพของตนและคนในครอบครัวให้มากขึ้น โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก และมีผู้สูงอายุควรให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพเพราะเจ็บป่วยได้ง่าย เพราะในแต่ละฤดูกาลมักจะพบปัญหาของโรคผิวหนังที่แตกต่างกัน สำหรับในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกบ่อย และมีปัญหาน้ำเจิ่งนองตามท้องถนน รวมถึงปัญหาน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ด้วยปัญหาดังกล่าวก็ย่อมจะส่งผลต่อสุขภาพผิวหนังได้หลายกรณี ทั้งลักษณะของการเป็นผื่นภูมิแพ้ หรือผื่นแดงซึ่งเกิดจากความเปียกชื้นและรักษาความสะอาดไม่ถูกต้อง หากแต่ที่เด่นชัดและพบบ่อยที่สุดก็คือ อาการของโรคน้ำกัดเท้า

ถ้าฝนตกหนักต้องเดินย่ำน้ำสกปรกตามพื้นถนนไปทำงานหรือกลับบ้านติดต่อกันหลายวันในช่วงหน้าฝน นอกจากเท้าจะชื้นหรือเปื่อยแล้วยังอาจจะติดเชื้อโรคซึ่งปะปนอยู่ในน้ำสกปรกได้ ถ้าจำเป็นต้องย่ำน้ำหลังจากเข้าบ้านแล้วควรรีบล้างเท้าทำความสะอาด แล้วเช็ดให้แห้งโดยเฉพาะตามซอกนิ้วเท้า หากเท้ามีบาดแผลควรชะล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก็จะช่วยป้องกันโรคน้ำกัดเท้าได้ โรคน้ำกัดเท้าในระยะแรกนี้ยังไม่มีเชื้อรา เป็นเพียงอาการระคายเคืองจากความเปียกชื้นและสิ่งสกปรกในน้ำ ทำให้เท้าเปื่อย ลอก แดง คันและแสบ การรักษาในระยะนี้ควรใช้ยาทาสเตียรอยด์อ่อนๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อราซึ่งจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองและแสบมากขึ้น

โรคเชื้อราที่เท้าหรือน้ำกัดเท้า

เป็นโรคที่ก่อความรำคาญในหน้าฝนเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่พบในผู้ชายที่ต้องสวมรองเท้าทำงานทั้งวัน ทำให้เกิดความอับชื้น หรือต้องลุยเท้าไปตามสถานที่ที่มีน้ำท่วมขังและน้ำสกปรก ซึ่งผู้ที่เป็นโรคน้ำกัดเท้านั้นจะมีอาการผื่นขาวยุ่ยที่ง่ามเท้า ตุ่มน้ำพองที่ฝ่าเท้า หรือฝ่าเท้าแดงมากเป็นขุย อาจมีโรคกลากของเล็บเท้าร่วมด้วย การรักษาแพทย์มักให้ยาฆ่าเชื้อราชนิดรับประทานและทาร่วมด้วย ใช้เวลา 6-8 สัปดาห์ ดังนั้นเพื่อป้องกันการติดเชื้อควรหลีกเลี่ยงการส่วมใส่รองเท้าถุงเท้าร่วมกัน หรือใช้ห้องน้ำร่วมกัน

ดังนั้นการดูแลป้องกันโรคเชื้อราที่เท้าไม่ให้กลับเป็นซ้ำอีกจึงมีความสำคัญ การรักษาความสะอาดให้เท้าแห้งอยู่เสมอ โดยการล้างน้ำฟอกสบู่และเช็ดเท้าให้แห้ง โดยให้ความสนใจเป็นพิเศษที่บริเวณซอกนิ้วเท้า เมื่อเช็ดให้แห้งแล้วให้ทายารักษาโรคเชื้อรา แต่ถ้ามีอาการรุนแรงและเรื้อรัง ทายาไม่ได้ผลอาจต้องพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยารับประทานเองซึ่งอาจจะมีผลข้างเคียงต่อตับไต และควรรักษาอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรหยุดใช้ยาเองแม้ว่าจะดีขึ้น การหยุดยาเร็วเกินไปขณะที่เชื้อยังไม่หมด มีโอกาส
กลับเป็นซ้ำอีกได้ง่าย

Posted in สุขภาพ | Tagged | Comments Off

เคล็ดลับในการดูแลสุขภาพดีที่พิชิตหน้าฝน


ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่หลาย ๆ คนกังวลใจว่าอาจจะไม่สบาย ด้วยเป็นเพราะบรรยากาศที่ดูมืดครึ้มและความชื้นที่มีมาก จนทำให้รู้สึกว่าหน้าฝนนั้นอาจจะเป็นฤดูกาลของสารพัดโรคก็ไม่ผิดนัก ไม่เพียงแต่อาจจะทำให้เป็นไข้หวัด แต่น้ำฝนอาจจะนำมาซึ่งโรคอื่น ๆ ได้อีกด้วย จึงอยากแนะนำเคล็ดลับพิชิตโรคภัยในหน้าฝน และกลเม็ดที่จะทำให้คุณสุขภาพดีพิชิตหน้าฝนมาฝากกัน

เคล็ดลับสุขภาพดีพิชิตหน้าฝน
1. ทำความสะอาดทันทีเมื่อต้องเดินลุยน้ำ
แม้ว่าเราอยากจะหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนฝนแค่ไหน แต่บางครั้งมันก็ยากเกินกว่าจะหลบหลีกได้ เมื่อไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการเดินผ่านบริเวณที่มีน้ำขังได้ ให้ใช้รองเท้าบู๊ทเวลาเดิน หรือเมื่อเดินย่ำน้ำขังมาแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะทำความสะอาดเท้าหรือร่างกายส่วนอื่น ๆ ที่โดนน้ำด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน เพราะนั่นจะช่วยให้คุณรู้สึกอุ่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าจะห่างไกลจากโรคของฤดูฝน

2. แต่งกายดีรับหน้าฝน
การแต่งกายดีในที่นี้ไม่ได้หมายถึง แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์เนมราคาแพงแต่อย่างใด แต่ในหน้าฝนอย่างนี้ควรเลือกเครื่องแต่งกายที่ทำให้รู้สึกเบาสบาย ไม่หนาหรือคับเกินไป เพื่อลดความอับชื้นสะสม สำหรับคนที่ใส่ถุงเท้า ควรเลือกใช้ถุงเท้าแบบบางและไม่ใส่คับเกินไป แต่ถ้าหากเป็นไปได้ ควรใส่รองเท้าแตะเพื่อให้เท้าสามารถระบายอากาศได้ดี ป้องกันเท้ามีกลิ่นเหม็นส่งกลิ่นรบกวนตัวเองและคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น เสื้อหรือกางเกงก็เช่นเดียวกัน ไม่ควรใส่หนาเกินไป แต่ก็ไม่ควรใส่จนน้อยชิ้นจนเกินไป เพราะนั่นก็อาจจะทำให้เราไม่สบายได้

3. ปรับอุณหภูมิห้องในเหมาะสม   
เนื่องจากในช่วงฤดูฝนนี้ อากาศมีความชื้นและเย็นมากอยู่แล้ว เราจึงไม่ควรจะปรับแอร์ในบ้านให้เย็นจนเกินไป ไม่ให้ต่ำกว่า 26-27 องศาเซลเซียส ซึ่งอุณหภูมิระดับนี้จะทำให้เราไม่มีปัญหาในการเลือกเสื้อผ้าใส่ เพราะเราสามารถเลือกใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ บาง ๆ สบาย ๆ ได้ จะทำให้ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไปนั่นเอง อีกทั้งร่างกายของเรานั้นค่อนข้างอ่อนแอต่ออากาศเย็น ทำให้ภูมิต้านทานโรคลดลง

4. หลับสนิทรับหน้าฝน
ในฤดูฝนเช่นนี้หลายคนอดที่จะคิดถึงการนอนหลับสนิทสุขสบายบนเตียงไม่ได้ แต่ปัญหาของคนหลายคนที่อาจเป็นสิ่งที่สะสมมาเรื้อรัง คือ อาการนอนไม่หลับ แม้ว่าบรรยากาศจะเป็นใจแค่ไหนก็ตาม เราต้องไม่ลืมว่าการที่จะนอนหลับสบายนั้นอาจไมได้เป็นเพราะเสียงฝนเพียงอย่างเดียว แต่อาจจะประกอบด้วยปัจจัยอย่างอื่น เช่น ห้องนอนสะอาด ไม่อับชื้น อากาศถ่ายเทได้ดี เตียงนอนไม่แข็งหรือนุ่มเกินไป ชุดนอนต้องใส่สบาย ที่สำคัญ ควรงดเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะจะทำให้สารดังกล่าวตกค้างในร่างกาย และทำให้นอนไม่หลับนั่นเอง เท่านี้เราก็หลับสบายรับหน้าฝนได้ไม่ยากแล้ว

Posted in สุขภาพ | Tagged | Comments Off

เทคนิคการดูแลรักษาเสื้อผ้าให้ดีอยู่เสมอในช่วงหน้าฝน

ด้วยสภาพอากาศของประเทศไทยที่ค่อนข้างร้อนและอับชื้นเป็นปกติ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดกลิ่นอับชื้นอันไม่พึงประสงค์ในเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูฝนที่มีสภาพอากาศค่อนข้างอึมครึมและเปียกชื้น การเลือกใช้ไอเทมเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มให้ถูกกับสภาพอากาศจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม โดยควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากเส้นใยฝ้ายธรรมชาติ 100% ที่มีคุณสมบัติในแง่ของการระบายอากาศได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งควรศึกษาวิธีการดูแลรักษาไอเทมผ้าฝ้ายเพื่อให้ไอเทมตัวโปรดดูน่าใช้งานอยู่เสมอ

ความชื้นหน้าฝน มักทำให้เกิดปัญหากลิ่นอับในเสื้อผ้า

หลายๆคนมักเก็บสะสมเสื้อผ้าไว้ทีละมากๆแล้วค่อยซักทีเดียว ขอให้ปรับนิสัยมาซักทำความสะอาดเสื้อผ้าให้บ่อยขึ้น อาจรวมเก็บไว้ให้ได้ซัก 6 -7 ชิ้นแล้วก็ทำการซักกันทีนึง เพราะการเก็บสะสมเสื้อผ้าใส่แล้วรวมกันไว้นานๆจะทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ และควรเลือกใช้ผงซักฟอกที่มีส่วนช่วยในการลดกลิ่นอับด้วยก็จะช่วยได้อีก

ปัญหาการตากผ้าไม่แห้งและกลิ่นอับ

มักจะเป็นปัญหาสำคัญสำหรับคนที่อาศัยตามห้องพักเล็กๆ คอนโด ห้องเช่าต่างๆที่มีพื้นที่ไม่เพียงพอกับการตากผ้า หรือไม่มีโอกาสที่จะได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอ การหาเครื่องซักผ้าที่มีระบบอบผ้าในตัวจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีในการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เครื่องซักผ้าที่ดีควรมีเทคโนโลยีทำความสะอาดผ้า เช่น เทคโนโลยีทรูสตรีมที่ใช้พลังงานไอน้ำร้อนบริสุทธิ์ที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ช่วยขจัดเชื้อโรค ไรฝุ่น ขนสัตว์และสารก่อภูมิแพ้ได้อย่างหมดจดถึง 99.9% มอบสุขอนามัยที่ดีให้แก่ผู้ใช้

เทรนด์แฟชั่นในช่วงฤดูฝนแบบนี้คงหนีไม่พ้นไอเทมเสื้อผ้ายอดฮิตที่ผลิตจากเส้นใยฝ้ายธรรมชาติอย่างเสื้อเชิ้ตหรือเสื้อยืดเนื้อนิ่ม เพราะนอกจากจะสวมใส่สบายและไม่ระคายเคืองผิวแล้ว ยังระบายอากาศได้ดี ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศในช่วงนี้เป็นอย่างมาก สำหรับการดูแลรักษาเสื้อผ้าฝ้ายง่ายๆ คือการแยกผ้าสีและผ้าขาวออกจากกัน พร้อมทั้งกลับด้านในของตัวเสื้อออกมาด้านนอกเพื่อป้องกันการซีดจางของเนื้อผ้า ในส่วนของขั้นตอนการซัก ควรซักผ้าด้วยมือในระดับน้ำอุณหภูมิปกติเพื่อป้องกันการหดตัวของเนื้อผ้า แต่หากจำเป็นต้องซักผ้าด้วยเครื่องให้ใช้น้ำอุ่นผสมกับผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าที่มีคุณสมบัติในการช่วยถนอมเส้นใยผ้าและสีสันของเนื้อผ้าให้อยู่คงทนมากยิ่งขึ้น

Posted in สุขภาพ | Tagged | Comments Off

การดูแลสุขภาพ กับโรคภัยไข้เจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงหน้าฝน


ช่วงหน้าหนาวแน่นอนว่าไข้หวัด ภูมิแพ้ หรืออาหารข้างเคียงต่างๆ จากการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้คุณมีร่างกายที่อ่อนแอลง และทำให้เป็นโรคได้ง่ายมากขึ้น มารับมือกับโรคภัยไข้เจ็บที่มาในช่วงหน้าฝนกันดีกว่าค่ะ

ช่วงหน้าฝนปีนี้ อากาศมักจะเปลี่ยนแปลงได้บ่อยมาก ยิ่งถ้าคุณเจออากาศเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาวด้วยแล้ว ร่างกายของคุณก็ยิ่งจะปรับตัวไม่ทัน โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็ต้องตามมาเป็นธรรมดา แล้วยิ่งถ้าคุณยังไม่รู้จะรับมือยังไงกับโรคภัยไข้เจ็บยังไง ให้คุณมีสุขภาพที่ดีด้วยแล้ว ปัญหาต่างๆ ตามมาแน่นอนค่ะ เราไปเรียนรู้วิธีการรับมือเบื้องต้นกันดีกว่าค่ะ

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องสุขภาพ
ไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งติดต่อได้ทางระบบหายใจ เช่น ไอ จาม ทำให้เชื้อโรคกระจายออกมาในอากาศ หรือจากการที่มีเสมหะ น้ำลายของผู้ป่วยเปื้อนอยู่ตามที่ต่าง ๆ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได แก้วน้ำ แล้วมือเราไปสัมผัสมาแล้วเผลอไปจับจมูก จับหน้าของเราทำให้เชื่อโรคเข้าจมูกหรือตาได้ง่าย อาการโรคภูมิแพ้เกิดจากการที่เรามีโอกาสมากขึ้นในการอยู่ใกล้ชิดกับสิ่งที่เราแพ้ เช่น ช่วงฤดูหนาวคุณและสัตว์เลี้ยงมีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น  ยิ่งถ้าเราแพ้ขนสัตว์อยู่แล้วอาจทำให้เรามีอาการมากขึ้น หรือบางทีเรานอนมากขึ้นในฤดูหนาวทำให้เราแพ้ตัวไรฝุ่นตามที่นอน หมอน มุ้งมากขึ้น สำหรับอาการผื่นแพ้ช่วงอากาศเย็น มีอาการคันตามผิว ผิวแห้ง ลอก เกิดจากอากาศเย็นโดยตรง จึงำให้ผิวหนังของเราเกิดอาการเหล่านี้ได้

โรคที่มีผลกระทบต่อสุขภาพมากที่สุด
โรคไข้หวัดเป็นโรคที่พบว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพมากที่สุดในฤดูฝน เพราะเป็นโรคที่อาจเกิดผลแทรกซ้อนได้ และอาจมีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากได้ โดยเฉพาะถ้ามีการระบาด โดยประเทศไทย มีผู้ป่วยเป็นโรคนี้ปีละ 20,000 – 50,000 คน/ปี  บางรายเพลียมาก มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัวมากจนต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือหยุดงาน  และมีบางรายที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ ทำให้ต้องนอนโรงพยาบาล หรือบางรายถึงแก่ชีวิต  ซึ่งมักเป็นผู้ป่วยสูงอายุแต่พบไม่บ่อย เสียชีวิตปีละไม่กี่รายจากจำนวนคนที่ป่วยหลายหมื่นคน  สำหรับอาการของโรคไข้หวัดคือ มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก ระคายคอ โดยโรคนี้พบได้ทุกวัยตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ  แต่ถ้าเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ หรือมีโรคปอดเรื้อรัง โรคหอบหืดอยู่เดิม หรือมีโรคเรื้อรังที่ต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อย ๆ เช่น ไตวาย เบาหวาน โรคหัวใจ และผู้ที่ภูมิคุ้มกันไม่ดี  เช่น ได้ยากดภูมิคุ้มกันอยู่อาจมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อน คือ ปอดอักเสบติดเชื้อจากไข้หวัดใหญ่เองหรือจากเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้มาก

วิธีการรักษา
โรคไข้หวัดโดยทั่วไปจะหายเองภายใน 1-2 สัปดาห์  หรือให้การรักษาตามอาการ คือช่วงที่มีไข้ก็รับประทานยาลดไข้พาราเซตตามอล  เช็ดตัวบ่อย ๆ พักผ่อนมาก ๆ  ไม่ตรากตำทำงานหนัก ดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ ถ้าสูบบุหรี่หรือดื่มเหล้าอยู่ต้องงด และรับประทานยาลดอาการต่าง ๆ  เช่น  ถ้าไอก็รับประทานยาแก้ไอ มีน้ำมูกก็รับประทานยาลดน้ำมูก เป็นต้น ในเด็กควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาลดไข้แอสไพริน เนื่องจากอาจเกิดตับวายและสมองอักเสบได้ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการมาก เช่น หอบเหนื่อย ซึม โดยเฉพาะในผู้สูงอายุซึ่งอาจมีไข้ อ่อนเพลียโดยอาการไม่ชัด แล้วมีอาการซึม สับสน ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง อาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อให้การดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาการดังกล่าวจะพบเป็นส่วนน้อย สำหรับยาฆ่าเชื้อไข้หวัดใหญ่โดยเฉพาะ มักไม่ต้องใช้  เพราะโรคจะหายได้เอง จึงใช้เฉพาะในรายที่อาการรุนแรงเท่านั้น

Posted in สุขภาพ | Tagged | Comments Off

แนวทางดูแลสุขภาพและร่างกายให้รอดปลอดภัยในช่วงหน้าฝน

ย่างเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ซึ่งสภาอากาศค่อนข้างแปรปรวนแล้ว สำหรับคนที่ไม่อยากเจ็บป่วย การดูแลสุขภาพในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย จัดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับมือกับไข้หวัด ซึ่งเป็นโรคยอดฮิตของโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เพราะหากว่าไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง ก็อาจจะกลายเป็นโรคหลอดลมอักเสบ และโรคปอดบวมได้ แม้ว่าในช่วงฤดูฝนจะมีทั้งสายฝน และความชื้นอยู่พอสมควร แต่อากาศก็ยังคงร้อนอยู่ดี ซึ่งก็ทำให้ร่างกายของเราเสียเหงื่อไปไม่น้อยเช่นกัน ดังนั้นเราก็ควรดื่มน้ำเยอะ ๆ ไว้ก่อน เพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกายให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะ และเพื่อป้องกันร่างกายสูญเสียน้ำจากการที่เหงื่อออกมาจนเกินไปด้วย ซึ่งแพทย์ก็ได้ย้ำว่า โดยปกติแล้วร่างกายของเราจะสูญเสียน้ำประมาณ 4% ของน้ำหนักร่างกาย ทั้งจากการที่เหงื่อออก และการขับปัสสาวะ อีกทั้งร่างกายจะมีภาวะขาดน้ำต่อเมื่อร่างกายสูญเสียน้ำไปประมาณ 1% ของน้ำหนักตัว ดังนั้นแพทย์จึงแนะนำให้เราดื่มน้ำไม่ต่ำกว่า 1.5 ลิตรในแต่ละวันนั่นเอง ซึ่งภาวะร่างกายขาดน้ำ หรือได้รับน้ำไม่เพียงพอ อาจจะทำให้เกิดอาการหน้ามืด เป็นลมแดด เนื่องจากระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายปรวนแปร

คำแนะนำในการดูแลร่างกายให้ปลอดจากโรคในช่วงฤดูฝนมาให้ดังนี้
- เนื่องจากโรคทางเดินหายใจ ทั้งหวัด ไข้หวัดใหญ่ คออักเสบ ปอดอักเสบหรือปอดบวม เกิดขึ้นจากความอ่อนแอของร่างกาย เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันร่างกาย จึงติดเชื้อโรคที่ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ หรือจากการได้รับละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วยที่ไอ จาม ได้ง่าย โดยกลุ่มที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษคือ กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก รวมถึงผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว
- ระวังไม่ให้ถูกฝนหรือสัมผัสอากาศหนาว โดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรรีบอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อทำให้ร่างกายเกิดความอบอุ่นโดยเร็ว
- ออกกำลังกายวันละประมาณ 30 นาที โดยอาจจะต้องเปลี่ยนมาเป็นการออกกำลังกายในร่ม หรือภายในบ้านแทนหากว่าฝนตก เพราะการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อความเจ็บป่วยที่จะเกิดขึ้น
- รับประทานอาหารปรุงสุก สะอาดถูกสุขอนามัย รวมถึงรับประทานผักผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามิน
- การล้างมือให้สะอาด ก็ช่วยให้ร่างกายปลอดภัยจากเชื้อไข้หวัดได้ดีอีกวิธีหนึ่ง
- นอกจากโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจแล้ว ฤดูฝนเช่นนี้ยังต้องระวังโรคติดต่อทางน้ำและทางอาหาร เช่น โรคท้องร่วง บิด ไทฟอยด์ หรืออาหารเป็นพิษด้วย เพราะสภาวะน้ำท่วมขังอาจส่งผลให้น้ำดื่มน้ำใช้มีเชื้อโรคปนเปื้อน ที่สำคัญอย่าลืมระวังโรคไข้เลือดออกที่มียุงเป็นพาหะเอาไว้ด้วยเช่นกัน

ทั้งหมดนี้ก็เป็นแนวทางดูแลสุขภาพและร่างกายให้รอดปลอดภัยในช่วงหน้าฝน ซึ่งในระหว่างที่ฝนตกบ้างไม่ตกบ้างอย่างนี้ ก็อยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพให้ดี อย่าเผอเรอปล่อยปละละเลยรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไป จนทำให้เป็นไข้หวัด หรือมีอาการป่วยกันได้นะคะ

Posted in สุขภาพ | Tagged , | Comments Off